บทวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำการเทรดสำหรับยูโร
การทดสอบระดับ 1.1412 เกิดขึ้นในจังหวะที่ตัวชี้วัด MACD เพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงต่ำกว่าเส้นศูนย์ ซึ่งเป็นการยืนยันจุดเข้าเทรดฝั่งขายยูโรที่ใช้ได้ ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวลงมาประมาณ 12 จุด
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่ได้กลับมาหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และกดดันค่าเงินยูโรอีกครั้ง Donald Trump ระบุว่าการหยุดยิงกับอิหร่านไม่ได้มีผลบังคับใช้อีกต่อไป และในมุมมองของเขาถือว่าล้มเหลวไปแล้ว นอกจากนี้เขายังกล่าวว่าไม่เห็นความจำเป็นในการเดินหน้าเจรจากับเตหะรานต่อไป ตลาดตีความถ้อยแถลงเหล่านี้ว่าเป็นสัญญาณของความขัดแย้งที่กลับมาปะทุใหม่ทันที ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น และหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น
ปัจจัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของวันจะเป็นการเปิดเผยรายงานการประชุมของ Federal Reserve เดือนมิถุนายน ขณะที่รายงาน Wholesale Inventories และข้อมูล U.S. Consumer Credit จะช่วยเติมบริบทให้กับภาพรวมตลาด การเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงคลังขายส่งถือเป็นตัวบ่งชี้ทางอ้อมของอุปสงค์ เพราะเมื่อสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นอาจสะท้อนทั้งมุมมองเชิงบวกของภาคธุรกิจ หรือการชะลอตัวของยอดขาย ส่วนข้อมูล Consumer Credit สะท้อนความพร้อมของผู้บริโภคในการก่อหนี้เพิ่ม และความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งสองชุดมักไม่ได้สร้างปฏิกิริยารุนแรงต่อตลาด ดังนั้นนักเทรดจึงคาดว่าจะให้ความสำคัญเป็นหลักกับรายงานการประชุม FOMC
ควรทบทวนว่าช่วงเดือนมิถุนายน ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ Kevin Warsh ทาง Federal Reserve คงอัตราดอกเบี้ยไว้ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นครั้งที่สี่ติดต่อกัน แต่ส่งสัญญาณเชิง Hawkish ชัดเจนมากขึ้น และประมาณการแนวโน้มล่าสุดก็ขยับไปในทิศทางที่อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในอนาคต เมื่อประกอบกับความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรง ผู้เล่นในตลาดจะจับตารายละเอียดในรายงานการประชุมอย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณว่าความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งมีน้ำหนักเพียงใด สำหรับค่าเงินยูโรแล้ว นี่คือความเสี่ยงเชิงลบโดยตรง เพราะการยืนยันมุมมองแบบ Hawkish ใด ๆ จะยิ่งหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและกดดันคู่เงิน EUR/USD
สำหรับกลยุทธ์เทรดระหว่างวันของผมในวันนี้ ผมจะเน้นใช้แผนการเทรดตาม Scenario #1 และ Scenario #2 เป็นหลัก
สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1
วันนี้อาจพิจารณาเข้าซื้อยูโรได้ หากราคาปรับขึ้นไปถึงระดับ 1.1415 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1450 ที่ระดับ 1.1450 ผมมีแผนจะปิดสถานะซื้อ และพิจารณาเปิดสถานะขาย โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวสวนทางลงมาอีกประมาณ 30–35 จุด การแข็งค่าของยูโรอย่างมีนัยสำคัญในวันนี้ควรคาดหวังได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดเท่านั้น
สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันขึ้น
สถานการณ์ที่ 2
ผมยังมีแผนจะเข้าซื้อยูโร หากราคาทดสอบระดับ 1.1397 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตขายมากเกินไป (oversold) สถานการณ์นี้จะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ และอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ตลาดกลับทิศเป็นขาขึ้น ในกรณีดังกล่าวสามารถคาดหวังการปรับตัวขึ้นไปที่ระดับ 1.1415 และ 1.1450 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1
ผมมีแผนจะขายยูโร หลังจากที่ราคาปรับขึ้นไปถึงระดับ 1.1397 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1367 ซึ่งเป็นระดับที่ผมตั้งใจจะปิดสถานะขาย และพิจารณาเปิดสถานะซื้อทันที โดยคาดหวังการดีดกลับขึ้นมาประมาณ 20–25 จุด แรงขายต่อคู่เงินนี้มีแนวโน้มจะกลับมาอีกครั้ง หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง
สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันลง
สถานการณ์ที่ 2
ผมยังมีแผนจะขายยูโร หากราคาทดสอบระดับ 1.1415 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (overbought) สถานการณ์นี้จะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อ และอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสัญญาณกลับตัวลงเป็นขาลง ในกรณีนี้สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปที่ระดับ 1.1397 และ 1.1367 ได้
คำแนะนำการอ่านกราฟ
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาเข้าเปิดสถานะ Long
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับ Take Profit ที่แนะนำ หรือโซนสำหรับการปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นต่อเหนือระดับนี้ถือว่ามีน้อย
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาเข้าเปิดสถานะ Short
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับ Take Profit ที่แนะนำ หรือโซนสำหรับการปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับลงต่อใต้ระดับนี้ถือว่ามีน้อย
- อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อเข้าเทรด ให้ให้ความสำคัญกับภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) และขายมากเกินไป (Oversold)
สำคัญ
เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการตัดสินใจเทรด โดยทั่วไปมักแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาที่รุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงมีข่าว ควรใช้คำสั่ง Stop Loss ทุกครั้งเพื่อลดผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น การเทรดโดยไม่ใช้ Stop Loss อาจทำให้พอร์ตของคุณขาดทุนหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากใช้ขนาดสัญญา (Position Size) ใหญ่เกินไปโดยไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
จงจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น แผนที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงจากการเคลื่อนไหวของราคาปัจจุบันเพียงอย่างเดียว มักนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายอินตร้าเดย์